Friday, March 27, 2009

Thai Nude History


Nude History ::: นวลนาง ผุสรัตน์ และพรพรรณ
(Credit Source: Pantip.com)

เขียนเรืองของ โยโกะ ทาคาโน่ ด้วยความคิดถึงในความขาว เอ้ย!! ความสวยอันยั่งยืนของเธอ เลยเผลอเลยเถิดมาเขียนถึง เพ็ญพักตร์ ศิริกุล ด้วยความงามและการครองตัวอันเป็นอมตะ ท้าทายกาลเวลาของเธอด้วยความอิจฉา

ทำ ให้เกิดหลาย ๆ เสียงสนับสนุน (โดยมิสนว่าเจ้าของบ้านจะโดนแบนหรือไม่อย่างไร -- ร๊ากกกกกกรูเหลือเกินนนน) อยากดูนู๊ดโน้น นี่ นั่น แล้วก็เป็นโจทย์ยากทั้งนั้น ยากแก่การเสาะหา บางคนถ่ายแค่รูปเดียวแล้วเลิก เช่น พรพรรณ เกษมมัตสุ เป็นต้น

ดังนั้นอย่ากระนั้นเลย มารวมนู๊ดประวัติศาสตร์ไว้ดูกันดีกว่าค่ะ ไม่ได้เรียบเรียงอะไรเลย นึกถึงใครอะไรได้ก็เขียน อิอิอิ

อันดับที่ 1 หนังสือโป๊อันดับหนึ่งของเมืองไทย ที่ใคร ๆ ก็ต้องคิดถึง "นวลนาง"

นางแบบที่ลงปกคนแรกคือ ธิดารัตน์ วงศ์ใหญ่ นางแบบนู๊ดผู้มีสัดส่วน 40-23-36 (ขอคาดแดงไว้เพื่อความเหมาะสม)

หนังสือนวลนาง ฉบับ ปฐมฤกษ์ วางแผงเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2528 เป็นหนังสือรายสัปดาห์ ราคา 15 บาท ซึ่งนับว่าราคาสูงกว่าหนังสือแนวเดียวกันฉบับอื่นๆ ซึ่งราคาจะอยู่ประมาณ เล่มละ 10-12 บาทเท่านั้น)

บรรณาธิการคือ คุณลอยลม รุ่งนภา ภายหลังบรรณาธิการได้เปลี่ยนมาเป็น คุณชไมพร ศรีสำราญ



หนังสือนวลนางครองใจแฟนๆจาก การจัดวางรูปเล่ม การคัดนางแบบสวยๆมาถ่ายแบบ ที่ดูดีกว่าคู่แข่งเล่มอื่นๆ ทั้งคอลัมภ์ "ครั้งแรกของหนุ่มสาว" ที่ให้ผู้อ่านได้ส่งเรื่องประสบการณ์มาตีพิมพ์ และที่ขาดไม่ได้คือ ลีลาการตอบจดหมายของ พี่ชไมพร ที่แฟนๆนวลนางคงจะรักและรู้จักกันดี

หนังสือนวลนาง ยังออกหนังสือในเครือมาอีก อย่าง วัยสวิง และ นางแบบ นอกจากนี้ยังออกนวลนางภาคพิสาร นวลนางมินิ นวลนางspecial มาอีก

หนังสือนวลนาง ออก มาจนถึง เล่มที่แปดร้อยกว่าราวปี 2546 ก็หายไปจากแผงหนังสือ (เล่มสุดท้ายรู้สึกจะเล่มที่ 830) ออกมาตั้งแต่ปี 2528 จนถึงปี 2546 เป็นเวลาร่วมยี่สิบปี

อันดับที่ 2 นู๊ดกตัญญู "ผุสรัตน์ ดารา" กับปฏิทินแม่โขง ปี 2528

กรณีของผุสรัตน์ ดารานั้น ออกจะเป็นเรื่องเศร้า เพราะ แม้เธอจะเป็นดาราหน้าสวยหวานที่มีภาพลักษณ์ดีมากคนแรกๆออกมาถ่ายนู้ดก็ตาม ผุสรัตน์โชค ร้ายไปหน่อยที่สังคมตอนนั้นยังรับไม่ได้กับการถ่ายรูปนู้ดในทุกกรณี ไม่เหมือนสมัยนี้ที่เมื่อสาวๆออกมาตอแหลว่า เธอถ่ายนู้ดเพราะต้องการเก็บภาพของตัวเองเมื่อครั้งยังสวยงามไว้ คือสังคมยุคนี้ได้ยินแบบนี้ก็ออกจะสรรเสริญและดูเหมือนจะไม่มีใครสนกับเหตุผล ‘สะตอเบอรี่’แบบนี้เท่าไหร่

กรณีของผุสรัตน์นี่ ยิ่งเศร้าหนัก เพราะ มีข่าวว่าเธอต้องการเอาเงินไปรักษาคุณพ่อซึ่งเป็นโรคร้าย เธอได้ค่าตัวจากงานนั้นมาแสนบาท ซึ่งประมาณปี 28 เงินแสนก็คงมากพอดู แต่ดูเหมือนไม่มีใครจะให้อภัยเธอกับงานนี้เลย

ผุสรัตน์เป็น ลูกน้ำเค็มโดยกำเหนิด เธอเกิดเมื่อ 24 สิงหาคม ปี 2509 เป็นชาวชลบุรี ชื่อจริงของเธอเราอย่าไปรู้เลยเอาว่าเธอเข้าวงการมาได้ เพราะ การเล่นละครจักรๆวงศ์ๆ ทางช่องเจ็ดสี เป็นขวัญใจของเด็ก ๆ ในตอนนั้นก็ว่าได้เพราะเธอสวมชุดไทยโบราณหรือคาดผ้าประเจียดแล้วดูดีชะมัด ยาด

ว่ากันว่าผุสรัตน์มี คิวขึ้นแท่นเป็นนางเอกชั้นนำเสียด้วยซ้ำไปถ้าชีวิตของเธอไม่เกิดอุบัติเหตุ เสียก่อน นั่นคือการมาถ่ายนู้ดเพื่อหาเงินรักษาพ่อครั้งที่ว่า ผลของการถ่ายนู้ดครั้งกระโน้นเล่นเอาชีวิตเธอล่มสลายทีเดียว จากนางเอกระดับนางเอ๊กนางเอก ก็ถูกถอดออกจากโปรแกรมกระทันหัน

ผุสรัตน์ดัง เป็นพลุเลยหลังจากที่ภาพของเธอถูกตีพิมพ์ ในสังคมนี้พูดถึงเธอกันไม่เว้นแต่ละวัน ตัวเธอกลายเป็นข่าวเมาท์ประจำหน้าวัน ซึ่งไม่ใช่าเรื่องที่ดีนัก เส้นทางการเป็นคนบันเทิงของเธอบนจอโทรทัศน์ก็จบลงเหมือนกัน ผุสรัตน์ถูกถอดออกจากโปรแกรมทันควัน จะเหลือก็แต่เพียงการเดินสายเพื่อร้องเพลงลูกทุ่งตามคาเฟ่ ซึ่งสมัยก่อนก็เป็นแหล่งทำเงินของดาราตกอับอยู่เหมือนกัน

ผล จากการเดินสายร้องเพลงตามคาเฟ่ทำให้ผุสรัตน์ได้ออกเทปกับเขาเหมือนกัน แต่ดูเหมือนสื่อมวลชนสมัยนั้นก็ยังไม่ให้อภัย เพราะ ในสื่อเล่มยักษ์นั้นช่วยโหมความอ่อนด้อยของอัลบั้มนี้อย่างไม่มีชิ้นดีเลยที เดียว คอลัมนิสต์จอมแดกผู้โด่งดังบอกว่า เสียงร้องของผุสรัตน์บนร่องเสียงที่เธอบันทึกออกขายนั้น มีเสียงเหมือนไก่เขี่ยตีนบนสังกะสี!!

ดูความเหี้ยมของเขาสิ!!!

หลัง จากนั้นเธอก็หันไปเล่นหนังไทยอยู่ 3-4 เรื่อง ไม่มีอะไรน่าจดจำนักเพราะส่วนใหญ่เป็นหนังตลก คุณภาพและงานสร้างก็อยู่ในขั้นแย่เต็มแก่ ปาฏิหาริย์กุมารทอง (2528) คนกินผัว (2528) หอใหม่ (2528) ผีเจ้าเล่ห์ (2530)

ผุสรัตน์กลับ มากู้ชื่อครั้งสุดท้ายในวงการได้ เมื่อเล่นละครจักรๆวงศ์ ให้แก่ช่อง 3 ซึ่งช่วงเวลานั้นกำลังคิดจะบูมละครพื้นบ้านกับเขาเหมือนกัน ผุสรัตน์ได้เล่นเรื่องแหวนมรกต เธอเล่นดีหรือไม่ดีไม่รู้ละเพราะไม่ได้ดู มารู้เอาก็เมื่อเจ้าตัวนั้นขึ้นไปรับ รางวัลดีเด่นทางทีวี ครั้งที่ 8 หรือรางวัลเมขลาโดยผุสรัตน์เข้าตากรรมการในสาขาผู้แสดงนำดีเด่น (หญิง) ละครประเภทสนับสนุนนิยายพื้นบ้าน จากละครเรื่อง ‘แหวนมรกต’ หลังจากรับรางวัลแล้วเธอก็หายต๋อมไปอีกเลย

ก็ออกจะนึกเจ็บใจแทนผุสรัตน์เหมือน กัน เพราะ นโยบายของช่อง 7 เมื่อครั้งกระโน้น กับนโยบายของช่อง 7 ในตอนนี้ช่างแตกต่างกันสิ้นเชิง ไม่เหมือนยุคนี้ที่ ยิ่งทำตัวเซ็กซี่เท่าไหร่ก็ยิ่งโด่งดัง ดาราไปโชว์ภาพจุ๊บกับแฟนก็เฉยๆ ยิ่งโชว์เนื้อหนังมังสาก็ยิ่งดี...เฮ้อ

อย่างว่าแหล่ะ...เวลาเปลี่ยนคนก็เปลี่ยนนะ

อันดับที่ 3 "พรพรรณ เกษมมัสสุ" นู๊ดพลิกความคาดหมาย

ก็เป็นเรื่องแปลกอีกเหมือนกันเพราะ ปีใกล้ๆหรือปีเดียวกันนั้นดาราระดับแม่เหล็กในตอนนั้นอย่างพรพรรณ เกษมมัสสุหรือคุณนก เองก็ถ่ายอยู่ในชุดปฏิทินแม่โขงอยู่เหมือนกัน เธอนั่งแหกขาใสว่กางเกงนักมวยอยู่บนสังเวียน แม้จะไม่เห็นโนมเนื้ออะไรเลยก็ตาม แต่การที่เธอนั่งท้าลมขนาดนั้นก็อดจะทำให้ใครก็ตามที่ได้เห็น นึกถึงความเป็นนักสู้บนสังเวียนของสาวเจ้าเป็นยิ่งนัก

แต่ที่น่าสนใจกว่านั้นก็คือ สังคมไม่เห็นจะมีใครว่าพรพรรณ กัน เลย คิดว่าเจ้าตัวยังเล่นละครและหนังใหญ่ได้อีกหลายเรื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าเกิดใครไปเดินดูหนังเก่าๆ ตามแผงแถวคลองถม ถ้าเผื่อไปเจอหนังเรื่อง นางพญางูผี แล้วละก็รีบคว้ามาเลย เพราะ อดีตดาราสาวผู้นี้เล่นเอาไว้ได้โป๊มากๆ

ปัจจุบันเธอมีครอบครัวที่อบอุ่นและยังสวยมิสร่างซา.........

เฮ้อ!!! วันนี้ขอพอทำเนาแค่นี้ก่อน วันต่อ ๆ ไปจะไปค้นไปหามาให้ได้ยลกันอีก สัญญาค่ะสัญญาว่า ภาพคู่ประวัติศาสตร์ของ "เพ็ญพักตร & สุพรรณี" จะนำมาให้ชมกันแน่ ๆ อิอิอิ ..... มิต้องรอนาน (ถ้าไม่โดนแบนไปก่อนนะ) วะ ฮะ ฮ่า


ถ้าจะพูดถึง "บั้นท้ายดินระเบิด"คงจะเป็นใครไม่ได้นอกเสียจาก "ดวงชีวัน โกมลเสน" เจ้าของสัดส่วน 35-23-40 sexystarในยุคปี2520 ปัจจุบันเป็นเจ้าของบริษัท ดวงชีวัน ครีเอชั่น จำกัด ที่หนุ่มคนนี้ขอมาแทนพี่ชาย (หรือเปล่าไม่ทราบ)

ดวงชีวัน โกมลเสน ::: บั้นท้ายดินระเบิด


ด้วยการปูภาพของการเป็น Sexy Star และฉายาที่ได้รับทำให้บทที่ ดวงชีวันได้ รับส่วนใหญ่จะเป็นนางร้าย และนางรองเสียเป็นส่วนมาก แต่ด้วยสัดส่วนที่ถือว่าเขย่าใจเสือป่าให้ได้รับการปลุกใจ ทำให้เธอสามารถโลดแล่นอยู่ในวงการบันเทิงได้เป็นเวลายาวนานทีเดียว

และกับบทที่โด่งดังบทสุดท้ายนั้นคือบทของ "วิมาลา" จรเข้สาวในถ้ำทองของชาละวันในภาพยนต์ไทยเรื่อง ไกรทอง ที่ได้สองพระเอกแห่งยุค สรพงษ์ ชาตรี และสมบัติ เมทะนีมาเล่นคู่กัน ก่อนที่เธอจะไปดำเนินธุรกิจส่วนตัวซึ่งก็ยังคงเกี่ยวโยงกับวงการบันเทิงต่อไป

ศิริขวัญ นันทสิริ ::: สาวไก่แดง

ถ้า จะพูดถึงปฏิทินนู๊ด หลายคนคงไม่ทราบว่าแท้ที่จริงแล้วใครกันแน่ที่ถ่ายปฏิทินนู๊ดเป็นคนแรก ไม่ใช่ใครที่ไหนหละค่ะ ชื่อที่เราได้ยินกันบ่อยครั้งในวงหนุ่มวัยดึกนี่หละค่ะ เธอคือ ศิริขวัญ นันทสิริ ::: สาวไก่แดงกับสโลแกนด์ สุราพิเศษ ไก่แดง ยิ่งดื่ม ยิงมันส์ส์ส์ ตามคำเรียกร้องของคนพิเศษคนนี้ (อีกแล้ว)

ศิริขวัญ นันทศิริ เป็นดาราสาวคนแรกที่เปลือยกายถ่ายปฏิทิน ใน ปี 2519 ซึ่งประวัติศาสตร์ปฏิทินแนวปลุกใจเสือป่าต้องจารึก เพราะภาพที่ปรากฏบนแผ่นปฏิทินปีนี้เป็นภาพเรือนร่างอันเปลือยเปล่าของนางแบบ สาว ศิริขวัญ นันทศิริ ดาราชื่อดังในสมัยนั้น ซึ่งเจ้าของไอเดียซึ่งเป็นผู้ผลิตปฏิทินชุดนี้ก็คือเหล้าวิสกี้ยี่ห้อไก่แดง และนี่เองอาจกลายเป็นตำนานบทแรกของปฏิทินเหล้าแนว "นู้ด" หรือเรียกกันสมัยนั้นว่า "ภาพโป๊"

ฉวีวรรณ บุญปรก ::: ตามคำขอแฟนผีแดง

ฉวีวรรณ เข้า สู่วงการบันเทิงด้วยบทนางร้ายเช่นเดียวกับรุ่นพี่ Sexy Star คนอื่น ๆ ด้วยความที่ทุ่มเทให้กับบทบาทการแสดงและการเข้าถึงบทบาทการแสดงโดยเฉพาะบท วาบวามทำให้ช่วงหนึ่งของวงการภาพยนต์ไทยที่ต้องยอมรับว่าหนังแนวนี้ได้รับ การต้อนรับอย่างอุ่นหน้าฝาคลั่ง และเธอ "ฉวีวรรณ บุญปรก" ก็เป็นหนึ่งในดาราแม่เหล็กของหนังเหล่านั้น

หลัง จากที่วงการภาพยนต์ไทยซบเซาไปได้พักหนึ่ง และดาราดาวยั่วรุ่นใหม่ในช่วงนั้นที่เกิดขึ้นมากมายราวดอกเห็ด ทั้ง ดารินทร์ กรสกุล มรกต มณีฉายแจ้งเกิดในวงการ

ฉวีวรรณ ผันตัวเองมาเป็นนักร้องร่วมกับเจ๊อ๋อย สุพรรณี จิตต์เที่ยง และทัดทรวง มณีจันทร์ ในนามของ "สามบอมส์" สร้างความฮือฮาให้กับวงการได้อีกพักใหญเพราะไม่เพียงแต่ร้องอย่างเดียว เพียงแค่โยกหัวใจหนุ่ม ๆ (โดยเฉพาะพวกเสือป่าที่ต้องการการปลุกใจ) ก็สั่นไหวไปตาม ๆ กัน

จนปัจจุบันเธอมีประกอบธุรกิจด้านอาหารอยู่ในระแวกเมืองทองธานี


Nude History ::: Nude Duo เขย่าวงการ ::: ภัสร บุณยเกียร์ติ & สุพรรณี จิตเที่ยง
คง จะไม่มีใครเถียงว่ามนุษย์ทุกคนชอบความสวยงาม คงไม่มีใครชอบดูรูปศพ หรือรูปของความผุผังของสังขารนอกจากท่านที่มีวัตถุประสงค์เฉพาะ เช่น เพื่อปลงสังเวช หรือใด ๆ ก็ตาม และย่อมปฏิเสธไม่ได้อีกเช่นกันว่าความงามของเรือนร่างนั้น เป็นสามัญที่สุดแล้วของความงาม โดยเฉพาะความงามของสรีระเพศหญิง

ซึ่ง เป็นความงามในสองแง่สองง่ามมาตลอด ขึ้นอยู่กับว่าศิลปินผู้นำเสนอจะนำเสนอออกมาในรูปใด ในรูปของการยั่วยุทางกามารมย์ก็จะกลายเป็นการนำเสนอในแง่ "อนาจาร" แต่หากนำเสนอในแง่ของความงามตามธรรมชาติก็จะกลายเป็นการนำเสนอในแง่ของ "ศิลป" ไป แน่นอนที่สุดค่ะ เรา "เลือกเสพ" ได้

สาย ลมฯ เองก็มิใช่ผู้รู้ที่จะแยกแยะแต่ประการใด แต่ที่นำมานำเสนอนี้เพราะเห็นว่าเป็นความงามตามสรีระร่างกาย ซึ่งปัจจุบันบางท่านยังคงเก็บรักษาไว้ได้อย่างคงทนถาวร ไม่ผุกร่อนไปกับการเวลาได้อย่างน่านับถือ

ศิลปการ ถ่ายภาพ "เปลือย" ในสมัยก่อนต้องยอมรับว่าส่วนใหญ่มุ่งถ่ายไปในทางยั่วยุ "อนาจาร" แม้นว่านางแบบบางคนจะงามล่ำงามวาดไม่เหมาะกับการนำเสนอดังกล่าวก็ตาม คิดแล้วเสียดายที่พวกเธอมาเกิดเร็วไปเสียสิบกว่าปี ถ้าเป็นสมัยนี้คงได้มีคนเดือดร้อนกันบ้างไม่มากก็น้อย

กลับมาพูดถึงคู่ Nude Duo ที่เขย่าวงการเสือป่าไทยที่ต้องการการปลุกใจอยู่เป็นนิจ ในช่วงนั้นมีดาราที่คนไทยสมัยก่อนเรียกว่า "ดาวยั่ว" หรือที่เราสมัยนี้เรียกว่า "เซ็กซี่สตาร์" และในขณะที่ "ดาวยั่ว" ไม่ได้รับการยอมรับจากสังคมทั่วไป แต่ "เซ็กซี่สตาร์" กลับได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง

อย่างว่านะค่ะ "เวลาเปลี่ยน ..... คนเปลี่ยน"

ไม่พูดพล่ามทำเพลงกันและเอากันคู่แรกเลยและกัน


Nude History ::: เพ็ญพักตร์ ศิริกุล ราชินีเซ็กซี่บอมส์

เอาไปดูกันเต็ม ๆ เริ่มจากภาพจาก "ดิฉัน ฉบับ 30 มกราคม 2526" ก่อนเลย

ภาพปก

และ

ภาพด้านใน

เพ็ญพักตร์ ศิริกุล ชื่อเล่น ต่าย เกิดวันที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2504 เป็น ดารานักแสดงและโด่งดังจากการถ่ายนู้ด ก่อนหันมาเป็นนักร้อง แต่คนไทยให้ฉายาเธอว่า สาวเซ็กซี่ตลอดกาลของเมืองไทย หรือสาวสองพันปีนี่เอง

เพ็ญพักตร์ ศิริกุล ตำแหน่งชนะเลิศการประกวดนางงามตุ๊กตาทอง ปี 2519 จาก ห้องคอนเวนชั่นฮอลล์ ของโรงแรมแอมบาสซาเดอร์ โดยสมาคมผู้สื่อข่าวบันเทิงแห่งประเทศไทย เพื่อเป็นการหาคนใหม่เข้ามาในวงการบันเทิง

เพ็ญพักตร์ มีโอกาสแสดงภาพยนตร์เรื่อง 1-2-3 ด่วนมหาภัย หนังร่วมสร้างของ ช.พจน์ฟิล์ม กับณรงค์ ภูมินทร์โปรดักชั่น โดยในฉากนั้นมีแค่เธอนั่งอยู่บนรถเท่านั้น แต่หนังถ่ายได้ไม่นาน ปริญญา ผู้กำกับก็เสียชีวิตไป ค่าตัวของเธอจึงไม่ได้ ต่อมาได้แสดงภาพยนตร์เรื่องหัวใจสีชมพู จากบทที่กอดรัดฟัดนัวเนียกับไพโรจน์ ใจสิงห์ ในชุดนักเรียนสาวทำให้ชื่อของเธอก็เริ่มดังขึ้นมาว่าเป็นเซ็กซี่สตาร์คนใหม่ ต่อมาเพ็ญพักตร์ ได้แสดงภาพยนตร์ของ แจ๊สสยาม เรื่องดอกโสนบานเช้า และโด่งดังโดยมีข่าวกับผู้กำกับ

เพ็ญพักตร์ ศิริกุล

ชื่อจริงวันเพ็ญ เขื่อนแก้ว
ชื่อเล่นต่าย
เกิด31 มกราคม พ.ศ. 2504 (อายุ 47 ปี)
จังหวัดเชียงใหม่
คู่สมรสอู๊ด (นักดนตรี มือกลอง) สามารถ บริบูรณ์เวช (2521-2523)
ธีรพงศ์ เหลียวรักวงศ์
อนิรุทธ์ เถรว่อง / โต (นำพล) หินเหล็กไฟ
อาชีพนักแสดง นักร้อง นางแบบ
ปีที่แสดงพ.ศ. 2518 - ปัจจุบัน
ผลงานเด่นดอกโสนบานเช้า
ไฟนรกขุมโลกันต์
รางวัลภาพยนตร์แห่งชาติ สุพรรณหงส์

นักแสดงประกอบหญิงยอดเยี่ยม

พ.ศ. 2529 - พิศวาสซาตาน (เข้าชิง)
พ.ศ. 2542 - รัก-ออกแบบไม่ได้ (เข้าชิง)

พ.ศ. 2549 - ผีคนเป็น (เข้าชิง)
รางวัลชมรมวิจารณ์บันเทิง

นักแสดงประกอบหญิงยอดเยี่ยม
พ.ศ. 2546 - พันธุ์ร็อกหน้าย่น

แต่กลับโด่งดังจากภาพชุดที่ถ่ายให้กับปฏิทินน้ำเมาเลื่องชื่อชุดนี้จนเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะวงการ "เสือป่า" ((หรือ "เสือปลา" เวลาอยู่กะเมียมะรุ)) ที่ต้องการ "การปลุกใจ"

ปัจจุบัน เธอยังคงโลดแล่นอยู่ในเส้นทางบรรเทิงไม่ว่าจะแสดงภาพยนต์หรือแสดงละคร รวมถึงานถ่ายแบบที่เธอชื่นชอบ เธอเป็นดาราที่ดูแลตัวเองได้เป็นอย่างดีจึงไม่แปลกอะไรที่เธอจะค้างฟ้ามาได้ จนถึงปัจจุบัน

ไม่ว่าจะมีการรวมเล่มดาราเซ็กซี่เล่มใดก็ตามต้องมีชื่อของเธออยู่ที่นั้นน "เพ็ญพักตร์ ศิริกุล" ภาพจากหนังสือ AMAT NIMITPARK 19 years in fashion ซึ่งอิมเมจเป็นคนจัดทำ เป็นการรวมเล่มการถ่ายภาพของ "ใหญ่ อมาตยกุล"

ฉบับมีนาคม 1989

ฉบับกันยายน 1990

ฉบับธันวาคม 1997

และกับนิตยสารเล่มล่าสุดที่เธอถ่ายให้

ดูเหมือนวันเวลาจะเป็นใจกับเธอเพราะรูปลักษณ์และผิวพรรณของเธอช่างแปลผกผันกับวัยวานอันผ่านไปของเธอเสียจริง ๆ "เพ็ญพักตร์ ศิริกุล"

นู๊ดกตัญญู ผุสรัตน์ ดารา...กับแม่โขงปี 2528


โป๊คลาสสิกของ ผุสรัตน์ ดารา อดีตดาราหนังจักรๆวงศ์ๆ ถือเป็นโป๊คลาสสิก ไทยเวอร์ชั่น งานนี้เป็นปฏิทินแม่โขงปี 2528 อย่างไรก็ตามต้องเล่าก่อนว่า ก่อนที่ผุสรัตน์ ดารา จะมาถ่ายนู้ดบนปฏิทินแม่โขงนั้นวงการนู้ดของบ้านเราออกจะวนเวียนอยู่กับนาง แบบที่ขึ้นตรงกับหนังสืออย่าง แมน หรือ หนุ่มสาว ที่เป็นหนังสือโป๊ชั้นดีเสียมากกว่า หาได้ยากเหลือเกินกับการที่ดาราละครโทรทัศน์ที่มีภาพลักษณ์ที่สวยงามจริงๆ นั้นจะตัดสินใจกระโดดลงมาเล่นในตลาดนี้ คือคนที่ถ่ายนู้ดที่เป็นคนดังนั้นไม่ใช่ไม่มี...มีนะครับ เพียงแต่ส่วนใหญ่ไม่ใช่นางเอกแบบที่ผุสรัตน์เป็น

(ดีไหมครับท่านโจ หรือชอบแต่อรัญญา)

กรณีของผุสรัตน์ ดารานั้น ออกจะเป็นเรื่องเศร้า เพราะ แม้เธอจะเป็นดาราหน้าสวยหวานที่มีภาพลักษณ์ดีมากคนแรกๆออกมาถ่ายนู้ดก็ตาม ผุสรัตน์โชคร้ายไปหน่อยที่สังคมตอนนั้นยังรับไม่ได้กับการถ่ายรูปนู้ดในทุก กรณี ไม่เหมือนสมัยนี้ที่เมื่อสาวๆออกมาตอแหลว่า เธอถ่ายนู้ดเพราะต้องการเก็บภาพของตัวเองเมื่อครั้งยังสวยงามไว้ คือสังคมยุคนี้ได้ยินแบบนี้ก็ออกจะสรรเสริญและดูเหมือนจะไม่มีใครสนกับ เหตุผล ‘สะตอเบอรี่’แบบนี้เท่าไหร่ กรณีของผุสรัตน์นี่ยิ่งเศร้าหนัก เพราะ มีข่าวว่าเธอต้องการเอาเงินไปรักษาคุณพ่อซึ่งเป็นโรคร้าย เธอได้ค่าตัวจากงานนั้นมาแสนบาท ซึ่งประมาณปี 28 เงินแสนก็คงมากพอดู แต่ดูเหมือนไม่มีใครจะให้อภัยเธอกับงานนี้เลย ก็เป็นเรื่องแปลกอีกเหมือนกันครับ เพราะ ปีใกล้ๆหรือปีเดียวกันนั้นดาราระดับแม่เหล็กในตอนนั้นอย่าง ‘พรพรรณ เกษมมัสสุ’ หรือคุณนก เองก็ถ่ายอยู่ในชุดปฏิทินแม่โขงอยู่เหมือนกัน ผมเองจำได้ถนัดตา เพราะ เธอนั่งแหกขาใสว่กางเกงนักมวยอยู่บนสังเวียน แม้จะไม่เห็นโนมเนื้ออะไรเลยก็ตาม แต่การที่เธvนั่งท้าลมขนาดนั้นก็อดจะทำให้ใครก็ตามที่ได้เห็น นึกถึงความเป็นนักสู้บนสังเวียนของสาวเจ้าเป็นยิ่งนัก แต่ที่น่าสนใจกว่านั้นก็คือ สังคมไม่เห็นจะมีใครว่าพรพรรณกันเลย ผมคิดว่าเจ้าตัวยังเล่นละครและหนังใหญ่ได้อีกหลายเรื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าเกิดใครไปเดินดูหนังเก่าๆ ตามแผงแถวคลองถม ถ้าเผื่อไปเจอหนังเรื่อง ‘นางงูผี’ แล้วละก็รีบคว้ามาเลย เพราะ อดีตดาราสาวผู้นี้เล่นเอาไว้ได้โป๊มากๆ ผุสรัตน์เป็นลูกน้ำเค็มโดยกำเหนิด เธอเกิดเมื่อ 24 สิงหาคม ปี 2509 เป็นชาวชลบุรี ชื่อจริงของเธอเราอย่าไปรู้เลยครับ เอาว่าเธอเข้าวงการมาได้ เพราะ การเล่นละครจักรๆวงศ์ๆ ทางช่องเป็ด เอ๊ย ช่องเจ็ดสี เป็นขวัญใจของเด็กๆในตอนนั้นก็ว่าได้เพราะเธอสวมชุดไทยโบราณหรือคาดผ้า ประเจียดแล้วดูดีชะมัดยาด ว่ากันว่าผุสรัตน์มีคิวขึ้นแท่นเป็นนางเอกชั้นนำเสียด้วยซ้ำไปถ้าชีวิตของ เธอไม่เกิดอุบัติเหตุเสียก่อน นั่นคือการมาถ่ายนู้ดเพื่อหาเงินรักษาพ่อครั้งที่ว่า ผลของการถ่ายนู้ดครั้งกระโน้นเล่นเอาชีวิตเธฮล่มสลายทีเดียว จากนางเอกระดับนางเอ๊กนางเอก ก็ถูกถอดออกจากโปรแกรมกระทันหัน ผุสรัตน์ดังเป็นพลุเลยครับหลังจากที่ภาพของเธอถูกตีพิมพ์ ในสังคมนี้พูดถึงเธอกันไม่เว้นแต่ละวัน ตัวเธอกลายเป็ฯข่าวเมาท์ประจำหน้าวัน ซึ่งไม่ใช่าเรื่องที่ดีนัก เส้นทางการเป็นคนบันเทิงของเธอบนจอโทรทัศน์ก็จบลงเหมือนกัน ผุสรัตน์ถูกถอดออกจากโปรแกรมทันควัน จะเหลือก็แต่เพียงการเดินสายเพื่อร้องเพลงลูกทุ่งตามคาเฟ่ ซึ่งสมัยก่อนก็เป็นแหล่งทำเงินของดาราตกอับอยู่เหมือนกัน ผลจากการเดินสายร้องเพลงตามคาเฟ่ทำให้ผุสรัตน์ได้ออกเทปกับเขาเหมือนกัน แต่ดูเหมือนสื่อมวลชนสมัยนั้นก็ยังไม่ให้อภัย เพราะ ในสื่อเล่มยักษ์นั้นช่วยโหมความอ่อนด้อยของอัลบั้มนี้อย่างไม่มีชิ้นดีเลยที เดียว คอลัมนิสต์จอมแดกผู้โด่งดังบอกว่า เสียงร้องของผุสรัตน์บนร่องเสียงที่เธอบันทึกออกขายนั้น มีเสียงเหมือนไก่เขี่ยตีนบนสังกะสี!! ดูความเหี้ยมของเขาสิครับ หลังจากนั้นเธอก็หันไปเล่นหนังไทยอยู่ 3-4 เรื่อง ไม่มีอะไรน่าจดจำนักเพราะส่วนใหญ่เป็นหนังตลก คุณภาพและงานสร้างก็อยู่ในขั้นแย่เต็มแก่ ปาฏิหาริย์กุมารทอง (2528) คนกินผัว (2528) หอใหม่ (2528) ผีเจ้าเล่ห์ (2530) ผุสรัตน์กลับมากู้ชื่อครั้งสุดท้ายในวงการได้ เมื่อเล่นละครจักรๆวงศ์ ให้แก่ช่อง 3 ซึ่งช่วงเวลานั้นกำลังคิดจะบูมละครพื้นบ้านกับเขาเหมือนกัน ผุสรัตน์ได้เล่นเรื่องแหวนมรกต เธอเล่นดีหรือไม่ดีไม่รู้ละครับ ไม่ได้ดู มารู้เอาก็เมื่อเจ้าตัวนั้นขึ้นไปรับรางวัลดีเด่นทางทีวี ครั้งที่ 8 หรือรางวัลเมขลาโดยผุสรัตน์เข้าตากรรมการในสาขาผู้แสดงนำดีเด่น (หญิง) ละครประเภทสนับสนุนนิยายพื้นบ้าน จากละครเรื่อง ‘แหวนมรกต’ หลังจากรับรางวัลแล้วเธอก็หายต๋อมไปอีกเลย ก็ออกจะนึกเจ็บใจแทนผุสรัตน์เหมือนกัน เพราะ นโยบายของช่อง 7 เมื่อครั้งกระโน้น กับนโยบายของช่อง 7 ในตอนนี้ช่างแตกต่างกันสิ้นเชิง ไม่เหมือนยุคนี้ที่ ยิ่งทำตัวเซ็กซี่เท่าไหร่ก็ยิ่งโด่งดัง ดาราไปโชว์ภาพจุ๊บกับแฟนก็เฉยๆ ยิ่งโชว์เนื้อหนังมังสาก็ยิ่งดี...เฮ้อ










เพ็ญพักตร์ - ภัสสร

ตาม ที่ Profile ใน wikipidia ได้ระบุไว้ว่า หนึ่งในบรรดาสามีของ เพ็ญพักตร ศิริกุล ก็คือ ธีรพงษ์ เหลี่ยวรักษ์วงศ์ ตากล้องภาพนู๊ดมือฉมังซึ่งปัจจุบันเป็นสามีที่ถูกต้องตามกฏหมายของ ฮันนี่ ภัสสร บุณยเกียร์ติ การถ่ายภาพคู่ครั้งนี้จึงฮือฮากันมาก แต่ด้วยสปิริตของทั้งคู่ภาพจึงออกมาอย่างสวยงามและน่าจดจำ

ในช่วง 10 กว่าปีก่อน ฮันนี่ ภัสสร บุณยเกียรติเป็น คนหนึ่งที่สวยไม่เป็นรองใคร ด้วยดีกรีอดีตขวัญใจช่างภาพรุ่นเดียวกับพี่ปุ๋ย ภรณ์ทิพย์ และยังบินไปคว้ามิสอินเตอร์เนชั่นแนล หรือนางงามนานาชาติที่ญี่ปุ่นในปีนั้นๆอีกด้วย

ฮัน นี่ ก้าวเข้าสู่วงการบันเทิงด้วยหลากหลายบทบาททั้งแสดงภาพยนต์ และถ่ายแบบ ภาพยนต์ที่ ฮันนี่เล่นในช่วงเวลานั้นต้องยอมรับว่าไม่ค่อยมีทางเลือกให้กับเธอซักเท่า ไหร่นัก อีกทั้งภาพลักษณ์ทีมีข่าวว่าเธอเป็นเด็กของเจ้าพ่อคนดัง ยิ่งทำให้ภาพลักษณ์ของเธอนั้นเน้นความเซ็กซี่ที่มีอยู่เป็นทุนเดิมให้ออก มากระจ่างตายิ่งขึ้น

และ ราวกับเป็นสูตรสำเร็จของดารารุ่นเดียวกัน ฮันนี้ ปรับเส้นทางเดินชีวิตในวงการบันเทิงของเธอเข้าสู่วงการนักร้อง และมีชื่อเสียงโด่งดังกับ อัลบัม "เสือ" ให้กับค่ายคีตาเรคคอร์ด

ลงท้ายด้วยข่าวการสมรสกับตากล้องนู๊ตชื่อดังแห่งยุค ธีรพงษ์ เหลี่ยวรักษ์วงศ์ และมีทายาทด้วยกันทำให้เธอห่างหายไปจากวงการอยู่พักใหญ่ จนสุดท้ายเธอก็กลับมาแสดงละครให้กับช่องต่าง ๆ ในปัจจุบันและต้องยอมรับว่าความงามของเธอแทบไม่ต่างไปจากเดิมเลย แม้นจะงามคมสมวัยมากขึ้นก็ตาม

ในเดือนมีค 2546 แม่เสือสาวได้ออกมาวาดลวดลายช่วยคลายร้อนรับSummer ไปหนึ่งครั้งกับทางนิตยสาร LIBS

เห็น แบบนี้แล้ว ต้องบอกว่าสมแล้วที่เป็นอดีต ขวัญใจช่างภาพ นางสาวไทย 2531 ... นางเอกยอดนิยม ... ดาราตุ๊กตาทอง .... นักร้องเซ็กซี่ซะจริง ๆ

คู่ต่อไปซึ่งพี่ คนโทฯ คนโก้ รอคอยมานานขนาดต้องท้วงติง


เพ็ญพักตร์ ศิริกุล - สุพรรณี จิตเที่ยง....

หนังไทยในยุคนั้นจะออกแนวหนังบู๊ "ระเบิดภูเขา เผากระท่อม" สิ่งที่มากับหนังบู๊ก็คือ ดาวร้าย และ ดาวยั่ว "ดาวยั่ว" ระดับขวัญใจแห่งยุคนั้นคนหนึ่งก็คือ....

"เจ๊อ๋อย" สุพรรณี จิตต์เที่ยง

สุพรรณี จิตเที่ยง ปรากฎโฉมบนหนังสือ "หนุ่มสาว" (ม.ค.2523) คู่แข่งตัวฉกาจของหนังสือ"แมน" มีบรรณาธิการชื่อ "ปกรณ์ พงศ์วราภา" ซึ่งต่อมาหนุ่มสาวก็แปลงร่างมาป็น หนังสือ "GM" ในปัจจุบัน

แต่ว่าความดังของเจ๊อ๋อย แค่ลงหนุ่มสาวเล่มเดียวคงน้อยเกินไป หนังสือ "แมน" ก็เลยจีบสุพรรณีมาขึ้นปกด้วยอีกเล่มนึง

แต่เล่มที่ "ดังค้างฟ้า" คือเล่มที่ถ่ายรูปโดย ช่างภาพหนุ่มรูปหล่อชื่อ ธีรพงศ์ เหลียวรักวงศ์ อัมบั้มรวมภาพเล่มพิเศษในเครือ "หนุ่มสาว" แม้จัดทำเมื่อวัยจะบ่ายคล้อยไปนิด แต่เจ๊อ้อย ยังเซ็กส์ซี่เหมือนเดิม

แต่ ที่สร้างความฮือฮาได้ไม่แพ้กันก็เมื่อบริษัทน้ำเมาที่เรา ๆ และท่าน ๆ รู้จักกันดี พาทั้งสองคนนี้มาเจอกันในรูปแบบของปฏิทินประจำปี นั้นคือ "เพ็ญพักตร์ ศิริกุล และ สุพรรณี จิตเที่ยง"

เจ๊ อ๋อยผันตัวเองออกจากวงการดาวยั่วมาในระยะหนึ่งซึ่งดาวต่าง ๆ จรัสฟ้ามากขึ้น หนึ่งในนั้นเธอตั้งวงดนตรีหญิงอันดับต้น ๆ ของประเทศที่รู้จักกันดีคือ "สามบอมส์" ร่วมกับเพื่อนเซ็กซี่บอมส์รุ่นน้อง อันได้แก่ ฉวีวรรณ บุญปรก ทัดทรวง มณีจันทร์ และสร้างวงดนตรี "สามบอมส์ จูเนียร์" ให้เป็นที่รู้จักกันในแนวการร้องเพลงที่ผสานความเซ็กซี่ที่คุณดื่มได้ด้วย สายตา ต่อจากนั้นชีวิตเธอก็โลดแล่นอยู่ในวงการบันเทิงอีกพักใหญ่ก่อนจะผันตัวเองไป ประกอบกิจการส่วนตัว

นี่คือ หนึ่งในตำนานนู๊ดไทย ที่ฮือฮาเขย่าวงการทีเดียวเชียวหละค่ะ



No comments: